Sydney 2nd Edition

ก่อนอื่นต้องขอบอกข่าวร้ายของตัวเองก่อนเลย
 
"บล็อคกูเต็มแล้ว"
 
เขียนไปมากกว่า 26 บล็อคแล้ว เลยไม่สามารถอัพบล็อคใหม่ได้ ตอนนี้เลยลบบล็อคไปห้าอัน แล้วลงอันใหม่
 

Sydney

 อันนี้เป็นการ edit อีกรอบ เพราะเพื่อนๆ บอกว่า ยังไม่คบทุกเรื่องเรย

ช่วงนี้เพิ่งสอบเสร็จและเพิ่งกลับมาจากไปลุยซิดนีย์ เมืองที่เจริญที่สุดในออส (รอบสองแล้ว เพราะรอบแรก เคยไปแข่งบาสคนไทยในออส ที่ซิดนีย์ และได้แชมป์มา) เมื่อมีเวลา จึงรีบมาเล่าสู่กันฟัง

 

 

 

ด้วยค่าเดินทางที่ถูกสุดๆ คณะลูกทัวร์ทุกคน ตี้ อุ้ม แจน กิ๊บ ตั๊ก จึงลงความเห็นกันว่า ขาไป นั่งเครื่องบิน jetstar ไป สนนราคาที่ $59

 

แต่ว่า … ของถูกไม่มีดี ของฟรีไม่มีในโลก

พวกเราต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องตอนตีห้า ที่สนามบิน Avalon (คือปกติ ที่เมลเบิร์น เค้าใช้บริการสนามบินอีกอันนึงกัน แต่นี่ ต้องไป อีกสนามบินซึ่งไกลเหี้ยๆ)

 

อันนั้นช่างมัน แต่พวกเราเรียกแท็กซี่มารับตอนตี4 ซึ่งมาตรงเวลา พอนั่งปุ๊ป มันถามว่า เคยไปสนามบิน Avalonยัง พวกเราก็บอกว่าไม่เคย มันบอกว่า รู้มั้ยปกติ มันไป นี่ประมาณ $200 มันบอกอีกว่า งั้นมันจะไม่กดมิเตอร์ แต่ให้เราจ่ายมันเหมาเอา $170 กูก็งงแระว่า ทำไมต้องไม่กดด้วย และคุยๆ กะเพื่อนๆ คิดว่า การไม่ผ่านมิเตอร์อาจทำให้มันไม่ต้อง จ่ายผ่านบริษัท

พวกเราเลยคุยกันขอต่อมันว่า $150 มันบอกว่ารอแปป แล้วก็โทรไปคุยกะเพื่อนมัน (ภาษาแขก) แล้วมันก็บอกว่า งั้นขอ $170 พวกเราบอกว่า $150 มันบอก งั้นก็กดมิเตอร์ไป แล้วมันขับต่อไป

 

อารมณ์ตอนนั้น แบบว่า มืดมาก กูคิดว่า มันคงขับพาสาวๆ ไปขาย ไปพากูไปฆ่าแน่ๆ

 

พอมาถึงสนามบิน $180 รอดตายไป ก็ยังดีวะ หาร5 ก็ไม่ได้แพงมาก นั่งเครื่อง สบายกว่าเยอะ สนามบินAvalon คิดว่าคงเป็นสนามบินที่เล็กที่สุดในโลกแล้วมั้ง เพราะมี เกทเดียว เครื่องคงมีจอดได้ สองลำ

เล็กแบบว่า เล็กสัดๆ เล็กกว่าสนามบินเชียงรายอีกอ่ะ

 

ก่อนออกเดินทาง แจนยืมกระเป๋าตั๊กมา เพราะกระเป๋าแจนใหญ่ไม่พอ พอยืมมา ก็มานั่งแกะสติ๊กเกอร์ที่ติดตามกระเป๋าทีละชิ้นๆ (พวกเดินทางเครื่องบินเค้าจะมีสติ๊กเกอร์มาแปะ แล้วอีตั๊ก ก็ไม่เคยจะแกะซักกะอัน)

แล้วแจนก็เอาผ้ามาค่อยๆ ทำความสะอาด กูนั่งดูมันขัด ใช้เวลาเบ็ดเสร็จประมาณ เกือบชั่วโมง

 

24 June 07

เมื่อเดินทางมาถึงซิดนีย์ ก็พบกับความซวยนรกเมื่อ ซิดนีย์ มืดไปหมด ฝนตก ทั่วเมือง

พวกเราต้องเดินทางไปที่พักด้วยสัมภาระมากมาย แต่ว่ารถไฟวันนี้เสีย ปิดปรับปรุง อ่ะ ต้องลากกระเป๋าไปขึ้นบัสอีก ขึ้นบัสเสร็จต้องไปต่อ รถไฟในเมือง พอเข้ามาถึงที่พัก ก็แทบช็อค เพราะ ห้องนอน ที่ต้องนอนกันห้าคน แม่ง เล็กสุดๆ

 

มีเตียงสองชั้นวางอยู่มุมห้อง โซฟาเบด วางอีกตัวนึง แล้วก็เอาฟูกมาวางไว้ในห้อง สรุปห้าคนพอดี แต่ไม่มีที่ยืนในห้องเลย ของใช้ต่างๆ ของคนในบ้านยังมีอยู่เต็มห้อง นี่แหละ ของถูกไม่มีดี

 

เอาของวางเสร็จ ง่วงสุดยอด (เก้าโมงเช้า) เพราะยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืน กูกะอุ้มเลยนอนเอาแรง ก่อน แต่กิ๊บ ต้องไปหาแฟน เลย เลยไม่ได้นอน ส่วน ตั๊กกะแจน ต้องออกไปหาลูกสาว โฮสเก่าตั๊กจึง ออกไปเลย กูตื่นอีกที เที่ยงครึ่ง ออกไปกินอาหารญี่ปุ่นกะอุ้มสองคน แล้วก็เดินช็อปปิ้ง เดินเล่นซะทั่วเมืองซิดนีย์

 

ซิดนีย์เป็นเมืองใหญ่ คนเยอะมาก แต่ที่น่าตลกคือ คนไทยเยอะมากๆๆๆ

กูและอุ้มไปนั่งสตาร์บัค เล่น แค่กินกาแฟแก้วเดียว จะบอกว่ามีคนไทยเดินผ่านมากกว่า ยี่สิบคน คือ แม่งคนไทยเยอะโคตรจนตกใจ

 

ตอนเย็น เมื่อตั๊กกะแจนเสร็จธุระ จึงมาสมทบในเมือง และซื้อแม็คโดนัลไปกินริมน้ำ นั่งดูโอเปร่าเฮาส์ กับ ฮาร์เบอร์ บริดช์ อาหารเย็นมื้อแรกในซิดนีย์จึงจบลงอย่างสุดหรูด้วย แม็ค กินเสร็จ เดินไปเจอกิ๊บและลูกหว้า แถวหน้าโอเปร่าเฮาส์ เลยชัดรูปกันสนุกสนานและกลับบ้านนอน ส่วนกิ๊บ สบาย ได้ไปนอนกะลูกหว้าที่โรงแรม เพราะลูกหว้าเป็นแอร์ฯ

 

เช้ามา แจนบอกว่า แจนนอนไม่หลับเลย เพราะ แจนเป็นคนนอนยากมาก เตียงก็ไม่สะอาด ห้องก็เหม็นอับ แถมไอ่กิ๊บยังกรนอีกต่างหาก

อีกเรื่องคือ ไอ่แจน เข้าห้องน้ำไปเจอทิชชู่ ที่มีคนกดน้ำแล้วลงไม่หมด เนื่องจากนู๋แจนจี้ เป็นคุณหนูขั้นสุดยอด ไม่สามารถจะกดน้ำชักโครกนั้นได้ และไม่สามารถใช้ห้องน้ำได้ แจนจึงเดินไปเรียกกิ๊บ ให้มากดน้ำให้

วันที่สอง 25 June 07

 

ตื่นเช้าสิบโมงในห้องสุดแสนคับแคบ เสร็จแล้วจึง แต่งตัวเข้าเมืองกันไป โดยมีอาปึ่ง (เจ้าของบ้าน) ไปด้วย โดยมีบอล เพื่อนของแจนที่ซิดนีย์เป็นคนพาเที่ยว ไปเที่ยว โอเปร่าเฮาส์กับ ฮาร์เบอร์บริดจ์กัน ถ่ายรูปจนหิวแล้วจึงไปกินอาหารไทย ข้าวเหนียว ส้มตำ หมูน้ำตก อร่อยมั่กๆ

กินส้มตำก็ต้องสั่งสองจานนะ เพราะแจนเค้าไม่กิน กระเทียม มันดูโลว แจนเค้ากินของถูกไม่ด้ายยยย หอม แจนก็ไม่กิน แถมแจนยังกินน้อยอีกต่างหาก

เพราะฉะนั้น ทริปนี้ อีแจน เลยโดนเพื่อนๆ รุมด่า ว่า นอกจากจะนอนยาก อยู่ยาก ทำตัวเป็นลูกคุณหนูแล้ว ยังไม่กินกระเทียม ไม่กินหอม อีกต่างหาก

ไม่เท่านั้น ตอนกินข้าว มันมีไก่ทอดที่เวลาแจนตักแล้วเผลอตกลงไปบนโต๊ะ ซึ่งดูสะอาดมาก แจนก็ไม่กิน แบบว่าจะทิ้ง อุ้มเลยอาสาขอกินเอง เพราะเสียดาย

เสร็จแล้วเดินทางไป Darling harbour ถ่ายรูป แล้วก็ไปช็อปปิ้ง ตอนเย็นไปกินเนื้อย่างเกาหลี ชื่อร้าน มาดัง ร้านนี้ อร่อยสุด ตั่งแต่กินอาหารเกาหลีมาเลย

 

เนื่องจากว่า ทุกคนไม่อยากกลับห้องอันแสนคับแคบ จึงตกลงที่จะออกเที่ยวกลางคืนกันแม่งทุกคืนไปเลย จะได้กลับบ้าน นอนสบาย ไม่ต้องทำอะไรมาก

 

และร้านแรกก็มาที่ วีผับ เป็นร้านโรแมนติกมากๆ สั่งค็อกเทลกันมากิน เพราะยังอิ่มอาหารเกาหลีอยู่ แต่ แมนๆ อย่างกู ต้องกินเบียร์ แดกไป อืดไป

ไอ่กิ๊บสั่ง Key Lime เป็นค็อกเทล เนื่องจากเพื่อนๆ และกู ไม่ถนัดเรื่องค็อกเทลเลย เลยลองสั่งมากินๆ กันดู

ปรากฎว่า อี Key Lime ของกิ๊บนี่ ใช้ Absolute Vanila รวมๆ กับส่วนผสมอย่างอื่น 

สาบานได้ว่า ตั้งแต่แดกแอลกอฮอร์มาหลากหลายชนิด ไม่เคยแดกอาไรรสชาติส้นตีนขนาดนี้มาก่อนเลย 

 

เสร็จแล้ว ไปต่อ เดินหาผับไปเรื่อยๆ เจอ ก็แวะ ดู สุดท้าย มาลงเอย ที่ร้านไทย เป็นแนวร้านอาหารไทย แต่ว่า มีวง เล่นเพราะๆ สบายๆ สั่งเบียร์มาแดกอีก พอถึงตีหนึ่งกว่า ก็เริ่มเบื่อกัน ก็เลย กลับ

ที่ซิดนีย์ มี บัสจนถึงเช้าไม่เหมือน เมลเบิร์น ที่รถไฟหมดตอน เที่ยงคืนครึ่ง เพราะฉะนั้น อยากเที่ยว เท่าไหร่ ตามสบาย

 

ขากลับ ตั๊ก ทำติสแดก แยกไปนั่งเดี่ยว แล้วพูดขำๆ กับกิ๊บว่า ไม่อยากนั่งกับกิ๊บ ขณะที่คนอื่นนั่งติดกันหมด ซักพัก ก็มีคนบ้าขึ้นบัสมา ไม่ต้องบอก แค่ดูก็รู้แล้วว่า บ้า เดินมานั่งข้างตั๊ก ด้วยความที่อีตั๊กกลัว จึงรีบลุกมานั่งข้างกิ๊บ โดยที่เพื่อนๆ สมน้ำหน้ามัน อยากนั่งคนเดียวดีนัก เท่านั้นไม่พอ คนบ้าพูดต่ออีกว่า

 

คนบ้า : ทำไมต้องกลัวเราด้วย มานั่งข้างๆ สิ (พูดอังกฤษนะ)

 

พวกเราได้แต่นั่งเงียบ เพราะไม่อยากคุยกะแม่ง

มันยิ่งได้ใจใหญ่

นึกว่าพวกเราเป็นคนจีน

ก็พูด นี๋ห่าว

พวกเราก็นิ่งอีก

ทีนี้มันพูดอีก นี๋ห่าว นี๋ห่าว นี๋เฮ่

 

เท่านั้นแหละ กูขำชิบหายเพราะ มันตลกตรง นี๋เฮ่

 

มันเห็นกูขำเลยหันมาพูดอาไรไม่รู้ แล้วเอานิ้วกลางเข้าปาก แล้วชูให้กู กูเลยทำไม่สนใจ ซักพักก็พูดอยู่คนเดียวนานมาก

 

และแล้วก็มีออสซี่ ใจดี เป็นฮีโร่ เดินเข้ามาคุย ใส่เสื้อยืด ข้างหลังเขียนเป็นภาษาลาว (เหมือนไทยแหละ) ว่า เขยคนลาว กูแอบอมยิ้มนิดๆ

คิดว่าเค้าคงรู้ว่า พวกเราเป็นคนไทยหรือลาว แล้วถูกแกล้งเลยมาช่วย

 

กูเลยลุกไปถามทางเค้า เพราะไม่คุ้นทาง เค้าดีมาก มีการขอโทษแทนคนบ้าด้วย แล้วก็จากไป

 

คืนนั้นเอง กลับมาบ้าน กูกึ่มนิดๆ แล้วก็ต้องนอนเตียงสองชั้น เลยปีนขึ้นไปนอนเลย ในห้อง มีฮีตเตอร์จึงไม่หนาวมาก

กลางดึก กูรู้สึกหนาวมาก เพราะผ้าห่ม หายไป ฮีตเตอร์ก็ปิด เพื่อนๆ หลับกันหมดแล้ว มองลงไปเห็นไอ่ตั๊กกอดอยู่ จึงรู้ว่า ก็นอนถีบผ้าห่มร่วงลงมา กูเลยปีน ลงไปเอาผ้าห่มคืน อีตั๊กหลับอยู่ไม่รู้เรื่อง แต่กอดผ้าห่มแน่น ก็เลยเปิดฮีตเตอร์ใหม่แล้วขึ้นไปนอนหนาวคนเดียว สรุปวันนั้น กูนอนไม่หลับเลยเพราะหนาวโคตร โดยตอนเช้าอีตั๊กไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก ว่ามีผ้าห่มสองผืน มันรู้สึกร้อนเลยปิดฮีตเตอร์ กูโคตรนอย

 

วันที่สาม 26 June 07

 

ตื่นมาวันนี้ ไปลุยในเมือง ก่อนเลย ซิดนีย์ ดูๆ แล้ว ของให้ช็อปปิ้ง แม่งเยอะมาก มีให้เลือกมากมาย ตอนเที่ยง นั่งเรือเฟอร์รี่ เล่น ถ่ายรูป แล้วก็ ไปกินโจ๊กร้านจีน

 

ตอนเย็นไปกิน ร้าน Pancake the Rock ที่นี่ เป็นร้านขึ้นชื่อในซิดนีย์ กิน ซี่โครงหมู และแพนเค้กที่อร่อย โคตรๆ

 

ทีเด็ดอยู่ที่ Minus5 (-5) เป็นผับน้ำแข็งในซิดนีย์ อุณหภูมิ ลบ ห้า องศาซี

แจนเคยเข้าไปแล้วครั้งหนึ่ง เลยไม่เข้า รอหน้าผับ แจนแนะนำ อีกว่า ที่นี่ น่าเข้ามาก

 

พอพวกกูเข้าไปหน้าร้าน มันบอกว่า ห้ามถ่ายรูป แต่ถ้าอยากได้รูป ต้องซื้อเอา จะมีคนเข้าไปถ่าย (ไอ่เหี้ย หากินกันง่ายๆ) ค่าเข้า สามสิบเหรียญ (ประมาณ เก้าร้อยบาท) ได้ค็อกเทล ฟรีหนึ่งดริ้ง

 

ก่อนเข้า มีการฉาย สไลด์ ข้อแนะนำ ต้องจับแก้วค็อกเทล(ซึ่งเป็นน้ำแข็ง ด้วยสองมือ เพราะมันอาจลื่นตกแตกได้)

คุณสามารถจับสิ่งของทุกอย่างได้ตามอัธยาศัย แต่ถ้าแตก คุณต้องจ่าย (Fuck U กูเลยไม่กล้าจะแตะ)

 

พอเดินเข้าไป มีคนนำเข้าไปด้วย (กูคิดในใจ เท่โคตร ต้องมีคนนำเข้าไปเลยเหรอวะ)

ที่ไหนได้ ไอ่คนที่นำเข้าไป เป็นบาร์เทนเดอร์ และพวกกูสี่คน กู อุ้ม ตั๊ก กิ๊บ เป็นสี่คนแรกของวัน มันเลยเข้าไปชงเหล้าให้ พวกกูเข้าไปขำกับความเล็กของผับ และไม่มีอะไรมาก นอกจากน้ำแข็งแกะสลัก

 

พวกกูนั่งขำ ใช้เวลาไปห้านาที ถ่ายรูปอีกห้านาที

กินค็อกเทล ยังไม่หมดแก้ว สัญญาณเตือนครั้งแรกว่า อีกห้านาทีให้ออกจากผับได้ก็ดังแระ สรุปแดกหมด ออกพอดี จบแล้ว

 

ค่ารูป(ที่ต้องซื้อ) ล่ออีกคนละ เจ็ดกว่า ได้ประสบการณ์ ตามสโลแกนของมันเลย

 

Minus Five [The Coolest Experience]

 

จากนั้น พวกเราไปต่อกันที่คาราโอเกะ เปิดเหล้าแดกเลย วันนี้ กินแค่สามคน เพราะ อุ้ม ตั๊ก และ กิ๊บ ใจไม่สู้แล้ว เลยเป็น กู แจน บอล แดกกันมันสามคน พอดีกึ่ม

 

ก่อนกลับ พลาดบัส ตอนตีหนึ่ง เลยต้องรอ อีกชั่วโมง เลย ไปรอ หน้าแมค

 

เล่นเกม สิบ ยี่สิบ (ที่ต้องกำมือไว้ แล้วเปลี่ยนตาเรียกตัวเลข ไปเรื่อยๆ ใครทาบถูกก็เอามือออกได้) คนแพ้ ซื้อแมค นัคเก็ต

 

อีตั๊ก โดนก่อนเลย

 

ตาสอง อีตั๊ก โดนอีก ซื้อไอติม

 

บัสมา พวกเราก็คึกๆ กันอยู่ว่า จะเจอ ไอ่นี๋ห่าว นี๋ห่าว นี๋เฮ่ ป่าว

สุดท้ายไม่เจอ ไม่เป็นไร กลับบ้าน นอนสบาย

 

วันที่สี่ 27 June 07

 

ตื่นมา ไป Cugee Beach กินอาหารฝรั่งกันริมทะเล จากนั้น ก็ไปเดินในเมือง แล้ว กู ตั๊ก กิ๊บ อุ้ม ก็เข้า Sydney Aquarium ดูปลาทะเล มากมาย สวยงาม จากนั้น ออกมานั่งสตาร์บัค แล้วก็กลับไปกินข้าวเย็น เพราะอาปึ่ง เค้าขอเลี้ยงมื้อนึง แถมเอาไวน์และเบียร์ ออกมาอีกเพียบ แดกไป ดื่มไป เริ่มง่วงและเพลีย กูเลยนอน สี่ทุ่ม ตื่นเที่ยง แม่งเลย

 

ตื่นเช้ามาคุยกะเพื่อนๆ บอกว่ากูฝันแปลกๆ

 

คือฝันตลอดทั้งคืนเลยว่า ได้ยินเสียงเล็กๆ งุงิๆ จิ๊บๆ จุ๊บจิ๊บ ตลอดทั้งคืน

ไอ่ตั๊กบอกว่า มันก็ฝันเหมือนกัน

สรุปคือ ไอ่แจน นอนไม่หลับ เลยคุยโทรศัพท์ทั้งคืน โดยใช้เสียงให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะกลัวเพื่อนตื่น เลยกลายเป็นเสียงแบบนั้น

 

วันสุดท้าย วันที่ห้า 28 June 07

 

วันนี้ ตื่นสายกันหน่อย เข้าไปเที่ยวในเมือง กินอาหาร บุฟเฟ่ญี่ปุ่น เดินเล่น แล้วก็กลับมาเก็บของเพื่อไปขึ้นรถไฟ

 

รถไฟแม่งต้องนั่ง ตั้ง สิบเอ็ดชั่วโมง พวกสาวๆ เลย เอากางเกงนอนมาเปลี่ยนด้วย กางเกงแต่ละคน นี่ ลาย และสี ไม่สามารถ เอามาเดินนอกบ้านได้ (แล้วมันซื้อมากันทำมายหว่า) พอขึ้นเทรน มันก็เปลี่ยนกางเกงนอนกันหมด กะนอนสบาย แต่ว่า

 

อยู่ๆ รถก็จอด แล้วไล่ทุกคนลงรถหมด จากนั้น ก็มีตำรวจ มาเช็ครถไฟ ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ก็เลยเข้าทางสาวๆ เพราะจะได้โชว์กางเกงด้วย

มาถึงเมลเบิร์น ด้วยการที่กูไม่ได้นอนเลย เพราะนอนไม่หลับ ทรมานโคตร ครั้งหน้า ไปไหน ยอมจ่ายแพงแล้วนั่งเครื่องเหอะ

 

และแล้วทริปซิดนีย์ก็จบลงด้วยความ สนุกสนาน

 

ทริปนี้ต้องขอบคุณบอล เพื่อนแจน ที่คอยอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่ซิดนีย์ ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเทรน ขึ้นบัส ตลอดจน หาอาหารการกินทุกมื้อ

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

8 Responses to Sydney 2nd Edition

  1. Achariya says:

    กระเป๋าชั้นไม่ได้สกปรก ขนาดที่ไอ้แจนใช้เวลาเช็ดเป็นชั่งโมง แต่ไอ้แจนมันโรคจิต นั่งเช็ดไปเองนะ
    แล้วเกมสิบยี่สิบเนี่ย เด๋วต้องมีล้างแค้นว่ะ…ยอมไม่ได้…

  2. Panida says:

    กูอยากไป shopping บ้างอ่า…….

  3. Anonymous says:

    ไอ้ minus 5 ของเมิง ก็คงจะเหมือน ice bar ที่กรูเคยไปที่ stockholm, sweden แหง๋มเลย
    แต่บาร์เทนดี้ ที่กรูเจอ น่ารักหว่ะ อิอิ

  4. MILK says:

    เฮ้ย ฮาว่ะ…

  5. Manratt says:

    อยากอ่านจบนะครับพี่ รุ่น 44 แต่ว่า ยาวไปเหอะๆ
     
    ยังไงก็สวัสดีครับพี่
     
    ขอโทดด้วยที่รู้ประวัติการร้องเพลง ช ช้าง ผิดๆ แหะๆ
    ก็เหงพี่ๆเค้าบอกกันมาเราก็เลยเชื่อแบบนั้น
    จนไม่รุ้อีกว่า ปี 44 เราก็ได้ที่ 3 เหมือนกัน
    แต่ยังไง ก็จะทำให้ ช ช้าง รุ่งเรือง อีกครั้ง 555+
     
    ชอ อา งอ ไม้โท
    ~ช้าง~

  6. Atipan says:

    แหม! เที่ยวเก่งจริงนะ แต่เอาเหอะ ไหนๆ ก็อยู่ที่นั่นละ ก็ไปเที่ยวให้เต็มอิ่มซะ อีกหน่อยเรียนจบ อาจไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวอีกก็ได้
    ตลกดีเรื่องราวทั้งหมด อ่านไปขำไป อีกหน่อยน่าจะไปเขียนหนังสือประเภท "ขายหัวเราะ" นะ

  7. Darinee says:

    Hey, handsome. Just came by to say hi.
    Hope everything is going well there.
    Miss u na wei nong rak.

  8. Lalida says:

    อ่านทีไรก็จำว่ะตี้ เขียนได้ไง โครตฮา แต่ไอ้ที่ขำกว่าตอนที่เจอคนบ้านี่แหละ วอนแล้วนะแก ใครบอกแกไม่ใช่คนจีน หน้าแม่ง โครตตี๋ สมควรให้คนบ้ามัน หนีเฮ่ ใส่อ๋าๆๆๆ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s