Jow’s Wedding Ceremony

My bro’s Wedding Ceremony

 

ที่กระผมต้องกลับจากออสเตรเลียก่อนเพื่อนผองทั้งหลาย จนไม่ได้ไปงานแต่งงานเพื่อน (พี่อ้วน) กับ ร็อคกี้ เมท กระผม นั้นก็เนื่องมาจากมีรับสั่งของท่านพ่อท่านแม่ให้กลับมาบ้านเป็นการด่วน เพื่อเตรียมงานแต่งงานของพี่ชายแท้ๆ คนเดียวของกระผมนั่นเอง

แต่กระนั้นแล้วเรื่องราวน่าตื่นเต้นและน่าเศร้าของกระผมหลังจากกลับมาจากเมลเบิร์นก็มีมากมายนัก

ขอเชิญพิจารณา

 

ภารกิจแรก

ภารกิจแรกและภารกิจหลักของกระผมที่ต้องกลับมาอย่างเร่งด่วนก็คือ

……

…..

….

เฝ้าร้าน

..

.

ถูกต้องแล้วครับ เฝ้าร้านอะไหล่ ร้านของที่บ้านผมนี่แหละ

 

ทำไมต้องเฝ้า???

 

เพราะว่า งานหมั้นของพี่โจว

(พี่ชายของกระผม ที่กระผมแทบไม่เคยเรียกมันว่า พี่ หรือ กอ เลยตั้งแต่เด็ก มีแต่คุยกันว่า มึง หรือ กู หรือไม่ก็ คิง หรือ ฮา ในภาษาเหนือ นี่แหละ)

ต้องไปจัดที่นครปฐม โดยเจ้าสาวเป็นเจ้าภาพ  และที่บ้านกระผม

และญาติโกโหติกา ตินก ติแร้ง ติอินทรีย์ ของกระผมนั้น ไปกันหมดบ้านเลย โดยเหลือน้องชายแท้ๆ ของเจ้าบ่าว อยู่ที่บ้าน เฝ้าร้านไว้ กลัวร้านหาย

 

บางคนถามว่า ทำไมต้องเฝ้าด้วย ทำไมถึงไม่ปิดร้านล่ะ???

คำตอบคือ ปิดไม่ได้ เพราะว่า การปิดร้านถึงสามวัน สำหรับครอบครัวกระผมนั้น หมายถึงสูญเสียรายได้ ไปกว่า ร้อยล้านบาท (อันนี้ล้อเล่น)

กระผมซึ่งจบการบริหารธุรกิจทั้งตรี และโทนอก จะวิเคราะห์ให้ฟัง

 

หนึ่ง  สูญเสียรายได้มหาศาล (ร้อยล้าน)

 

สอง   นักลงทุน(ลูกค้า) ทั้งใน(ไทย)และนอก(ลาว, พม่า) อาจเสียความมั่นใจในเศรษฐกิจของร้าน จนอาจทำให้ชะลอการลงทุนในช่วงนี้ได้ ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจของประเทศไม่ค่อยดี เนื่องมาจากปัญหาซับไพรม์ในอเมริกาแล้วด้วย จึงไม่ควรปิดร้านที่ทำให้ลดความน่าเชื่อถือลงไป

 

สาม   เมื่อร้านอะไหล่มอเตอร์ไซร้านใหญ่ในเชียงรายปิดตัวลงสามวัน แล้วไม่สามารถส่งอะไหล่ให้กับร้านซ่อมรถร้านเล็กๆ ในเชียงรายได้ อาจทำให้เด็กแซ็ปและสก๊อย (หรือที่กทม.เรียกว่าเด็กแวนท์) ที่มีปัญหากับรถคู่ใจของพวกมัน (เพราะไม่สามารถซ่อมรถพวกมันได้) เกิดออกอาละวาดในเชียงราย ทำให้ประชาชนขวัญผวากันเป็นแถบๆ และจะนำไปสู่เศรษฐกิจที่ฝืดเคืองของเชียงราย จนทำให้ระบบเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมของประเทศไทยแย่ลง จนทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกปั่นป่วนได้

 

สี่      การปล่อยให้ลูกค้าเก่าของเรา ต้องไปซื้อสินค้าของร้านอื่นๆ (ร้านคู่แข่ง) ย่อมไม่ใช่ผลดีแน่ๆ สำหรับนักธุรกิจที่ชาญฉลาด

 

ห้า    บ้านกระผม มีสมาชิกทั้งหมด เจ็ดคน เรียงตามลำดับความอาวุโสคือ พ่อ, แม่, พี่ซู่หลิง และ เกร็ก

(แฟนพี่ซู่หลิง), พี่ซูซาน, พี่โจว(เจ้าบ่าว), แล้วก็กระผม

 

โปรดใช้สมองน้อยๆ ของท่านคิดดูว่าใครสมควรที่จะเฝ้าร้าน

..

.

กระผมนี่เองแหละ

ภาษาชาวบ้านเค้าบอกว่า หวยมาลงที่กู

 

ยังไม่ได้เข้าเรื่องงานแต่งซักกะนิด ก็ล่อไปซะยืดยาว

 

คราวนี้ ขอข้ามเรื่องงานหมั้นไป เพราะกระผมไม่ได้เข้าร่วมและไม่รับรู้อะไรเลย

 

เมื่อเสร็จพิธีหมั้น อีกแค่สองอาทิตย์ต่อมาก็เป็นงานแต่งเลย

 

ไม่รู้ว่าเคยบอกมั้ยว่า บ้านกระผม มีโรงแรมด้วย ตอนนี้ มีทั้งหมด 149 ห้อง และผู้ที่ดูแลจัดการทั้งหมดก็คือ พี่โจว หรือเจ้าบ่าวนั่นเอง

 

แขกงานแต่งงานทั้งหมดคราวนี้ ไม่ว่าจะมาจากกทม. เมืองนอก บ้านนอก หรือขี้นอก ทั้งหมดจึงพักโรงแรมของครอบครัวกระผม ฟรี!!

 

 

เข้าเรื่องงานดีกว่า

กระผมและพี่ซู่หลิง ต้องเป็นพิธีกรในงานแต่งงานคราวนี้ จึงต้องทำเตรียมตัวค่อนข้างนาน ทั้งเขียน Script ท่อง Script และยังต้อง Organize งานให้ออกมาดีอีกต่างหาก ก็เลยเหนื่อยเป็นพิเศษ

 

คืนวันที่ 25 มกราคม 2551

 

เนื่องจากครอบครัวของกระผมไปดูฤกษ์งามยามดีกับหมอดูชื่อดังไว้ ในการรับตัวเจ้าสาวเข้าบ้าน

และฤกษ์ที่ว่านั่นก็คือ ตีสาม!! พระเจ้าช่วยกล้วยบวดชี ฤกษ์ดีจริงๆ

 

ว่าแล้วก็เลยจัดงานเลี้ยงซะเลย เพราะว่า คืนนั้น ต้องให้ คุณอา และคุณน้า รวมทั้งหมดสี่คู่ ขับรถไปพร้อมเจ้าบ่าว เพื่อไปรับตัวเจ้าสาว

 

เวลา สามทุ่ม ญาติๆ จึงมารวมตัวบ้านกระผม เหมือนเป็นงานรวมญาติครั้งใหญ่

ก็นั่งคุยกันสนุกสนาน ทั้งอาๆ และน้าๆ ก็เริ่มคิกคัก ถามหาเครื่องดื่มที่ทำให้คึกคักมากยิ่งขึ้น กระผมจึงไปหยิบกระทิงแดงมาให้

 

แต่เนื่องจากคุณพ่อของผมเป็นนักสะสมเหล้า(แต่คุณพ่อไม่ดื่ม) ที่มีลูกชายคนสุดท้องเป็นนักดื่มอย่างเดียวแต่ไม่สะสม คุณพ่อจึงเปิด พี่จอนนี่นักเดินทางฉบับสีเขียว (Green Label)ขนาด สองลิตร เพื่อกำนัลน้องๆ ของคุณพ่อ ภาษาวัยรุ่นแถวบ้านสันป่าหนาด เรียกว่า ลาบปาก ครับ

 

กระผมเลยได้ลิ้มรส กรีน หลังจากเพิ่ง กระแทก โกลด์ บนเครื่องบินขา กลับจากเมลเบิร์น มากหมาดๆ

 

เวลาเกือบเที่ยงคืน ญาติๆ ก็เริ่มกลับบ้านกัน เหลือเพียงแค่คนที่ต้องไปรับเจ้าสาวเท่านั้น รวมถึงกระผม พี่เบส (เพื่อนของโจวซึ่งผมก็รู้จัก) พี่ซูซาน พี่ซู่หลิง และ เกร็ก นั่งกินกรีนจนหมด ตามด้วย แบล็คห้าลิตร กันต่อ

และเมื่อเวลาล่วงเลยไปเกือบตีหนึ่ง อาๆ น้าๆ ก็กลับกันหมด รวมถึงกระผมก็ขึ้นไปนอน โดยไม่สนฤกษ์งามยามดีอีกต่อไป

 

เวลาตีสี่

** ช่วงนี้ทุกคนก็ทำพิธีรับเจ้าสาวเข้าบ้านกันอย่างสนุกสนาน โดยที่กระผมก็นอนอย่างสนุกสนานคนเดียว**

 

ตื่นมาแปดโมงครึ่ง เพิ่งรู้ตอนเช้าว่า ท่านแม่ ได้นอนเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น เพราะต้องตื่นมาเปิดร้านตอน เจ็ดครึ่ง (ก็บอกแล้วว่า ร้านสำคัญกับเศรษฐกิจโลก)

พอกระผมลงมา ท่านแม่ก็ออกไปแต่งหน้าทำผม เตรียมรับมือพิธียกน้ำชา บ่ายนี้

 

พอตอนเที่ยงกว่า กระผมตัดสินใจปรึกษาท่านพ่อ และท่านแม่ว่า ขอทำลายระบบเศรษฐกิจโลกซักครึ่งวันเถอะ (ปิดร้าน) และก็ได้รับอนุมัติ เพราะตัวกระผมก็ยังไม่ได้เตรียม Script เลย

 

เวลาบ่ายสามโมงครึ่ง พิธียกน้ำชา

 

กระผมและพี่ซู่หลิงก็เป็นพิธีกร โดยเชิญญาติๆ ออกมาทีละคน หรือไม่ก็ทีละคู่ โดยคู่เจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็จะยกน้ำชาให้ผู้ใหญ่ดื่ม เพื่อเป็นศิริมงคล สิงห์วังชา (ออ ไม่ใช่ นั่นมันนักมวย ต้องศิริมงคลเฉยๆ) และผู้ใหญ่ก็จะให้แก้ว แหวน เงิน ทอง ต่อคู่บ่าวสาว และกล่าวความรู้สึกให้ฟังกัน

จังหวะนี้ พี่แอม (เจ้าสาว) น้ำตาไหล บ่อยมาก เพราะแต่ละคนพูดได้ซึ้งกินหัวใจ กินตับ กินม้าม กินไส้ จนหมดพุง

 

ส่วนน้องๆ หรือผู้ที่อายุน้อยกว่า เช่นกระผม ก็จะเป็นคนยกน้ำชาให้คู่บ่าวสาว ดื่ม และคู่บ่าวสาว ก็จะมี ซองเงิน ให้เพื่อตอบแทน

 

เสร็จบ่ายห้าโมง

 

ในการ์ดเชิญงานแต่งงานระบุไว้ว่า งานเริ่มหกโมง

เชื่อมั้ยว่า คนเชียงราย เป็นพวกมาก่อนเวลา คือห้าครึ่งก็มากันตรึมแระ

 

ความสนุกสนานอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อ ประธานที่จะเป็นคนขึ้นมากล่าวอวยพรเจ้าบ่าวเจ้าสาว นั่นก็คือรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ท่าน…. ติดงานพ่อขุน จึงยังมาไม่ได้ และงานก็เริ่มไม่ได้

 

งานพ่อขุน หรือเรียกเต็มๆ ว่า งานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ที่จะมีทั้งหมด เจ็ดวัน และมีนักดนตรีชื่อดังมาทุกวัน อาทิเช่น So cool, Retrospect, Nego jump, Cell, Clash, Hangman, etc.

เชื่อมั้ยว่า กระผมไม่เคยไปดูคอนเสิร์ตในงานเลย

เพราะอะไรรู้มั้ย

เพราะเด็ก แซ๊ปและสก๊อย ที่นี่มันโหดมั่กๆ อ่ะดิ

 

ยอดผู้เสียชีวิตรวมของงานพ่อขุนเชียงรายรวม เจ็ดวัน มากกว่า ยอดผู้เสียชีวิตรวม เจ็ดวันอันตรายช่วงสงค์กรานต์ ซะอีก

 

แล้วอีตารองผู้ว่า ก็ไปเปิดงานพ่อขุน จึงยังไม่สามารถมาได้

 

ตอนนี้ ทุ่มนิดๆ แขกมากันเกือบครบแล้ว (มากกว่า 90%)

แต่ท่านรองผู้ว่ายังไม่มา

ทำไงดี

 

ไม่เป็นไร เรามีแขกท่านผู้ใหญ่ที่มีราศีสุดๆ อยู่ เป็นเพื่อนของพ่อเจ้าสาว

นั่นคือ

พลอากาศโทสุบิน ชิวปรีชา นายแพทย์ประจำพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

 

แค่ตอนประกาศชื่อ แขกผู้มีเกียรติก็อึ้งกันเป็นแถวๆ

กระผมคิดในใจ ถ้าอีรองผู้ว่ามา คงตกกระป๋องอ่ะ

 

จุดสำคัญของงานคือ การสัมภาษณ์ความรู้สึกของเจ้าบ่าวเจ้าสาว

กระผมและพี่ซู่หลิง ขึ้นไปบนเวที เพื่อถามความรู้สึกของ โจว

 

โจว ผู้ซึ่งเตรียม Script มาอย่างดี กระซิบเบาๆ ว่า อย่าเสือกมีคำถามนอกบทนะ

ตอนแรกกระผมก็อยากจะถามนอกบทซักหน่อย เป็นของขวัญให้มัน แต่กลัวมันเตะเอา หลังงานเลิกเลยไม่ได้นอกบท

คำถามคือ รู้สึกยังไงบ้างกับเจ้าสาว

 

โจว: ตลอดเวลา ห้าปีครึ่งที่คบเป็นแฟนกันมา แอมเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคนนึง พวกเรามีช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างมาก แอมทำงานที่กรุงเทพ และเรียนโท ส่วนผมก็ดูกิจการโรงแรมอยู่เชียงราย เราอยู่ห่างไกลกันตลอด แต่เราไม่เคยหยุดรักกันเลยแม้แต่น้อย มีแต่จะรักกันยิ่งขึ้นไปอีก

 

สาบานได้ว่า คนที่ไม่ได้อยู่ห่างไกลคนที่เรารัก ไม่มีทางเข้าใจเลยครับ

ผมก็เจอประสบการณ์นี้มาก่อน ถึงได้รู้ดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน

กระผมน้ำตาคลอเบ้านิดๆ แต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ เพราะกลัวไม่หล่อ

 

จากนั้นก็รินแชมเปญ ตัดเค้ก ตามประสา งานแต่งงาน

ภายในงาน ตัวกระผมก็เจอเพื่อนรุ่นเดียวกันที่รู้จักกับพี่ชายผมด้วย อาทิเช่น บ๊อบบี้ เนม  น็อต ฟ้า เชอรี่

 

และแล้วก็จบงานใหญ่อย่างมีความสุขอีกครั้ง

ยังไงก็สามารถชมรูปภาพได้ที่ album เลยนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

11 Responses to Jow’s Wedding Ceremony

  1. BanK says:

    ดีใจกับพี่โจด้วยว่ะ

  2. Panida says:

    ขอคอมเม้นท์ดังต่อไปนี้..
     
    1. กูนึกว่านั่งอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ "ประชาชาติธุรกิจ" อยู่นะเนี่ย
    2. ขาแว่นเพื่อนเปรี้ยวเห้ๆ..แอบมีลายด้วยเว้ยเฮ้ย
    3. "ลาบปาก" ที่เมิงเขียนจิงๆมันคือ "ลาภปาก" เพราะ ลาบ ที่ว่านั่นมันคืออาหารชนิดนึง
    4. ผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อเพื่อนเจ้าสาว..นามสกุลเดียวกันกับพี่ที่ออฟฟิศกูเลยหว่ะ..(กูจะบอกทำไมวะเนี่ย)
    5. ถ้ากูไปเชียงรายเนี่ย..พักฟรีป่ะวะ..จะได้รีบหาวันไปก่อนเมิงกลับมากรุงเทพฯเลย…โฮ่ๆๆ
    6. อาทิตย์นี้พี่สาว(ลูกพี่ลูกน้อง)กูก็จะแต่งงานเหมือนกัน แต่กูไม่ได้เป็นพิธีกรหรอกนะ อยู่รับซองหน้างานอย่างเดียว..ฮ่าๆๆๆ
     

  3. accytee says:

    โอว "ข้าน้อยสมควรตาย"
    เจอ ลาบปาก เข้าไป ผิดพลาดโง่ๆ อีกแล้ว

  4. Anonymous says:

    – ตกลงบรรดาน้าๆ อาๆ ได้ไปรับเจ้าสาวป่าววะ? กรูยังคลางแคลงสงสัยนิดหน่อย
    – แล้วทำไมเมิงบรรยายคำตอบของเจ้าบ่าวได้แบบว่า เหมือนกับเอาโพยใน
    กระดาษมาพิมพ์ต่อลงมาเลย… หรือเพราะมันเป็นเช่นนั้น…
    – ไอ่ดา เมิงยังคงรับจ้างไปโผล่ตามงานแต่งงานอยู่อีกเหรอ? เพื่อนน่ารักๆ หน่ะ มีมั๊ย?
    – แล้วเมื่อไหร่เมิงจะแต่งหล่ะ รับรอง ไอ่ดาไม่พลาดแน่ๆ 555
    – แล้วไอ่ดาก็คงจะตามไปนอนฟรีที่โรงแรมของเมิงด้วย
    – และอาจะพาพรรคพวก maniac ไปนั่งแดก "ลาบปาก" ด้วย 555
    – และ… พอแล้ววว!!! จะและ จะแล้วไปไหน
     
    สุดท้ายก็ ขอยินดีกับพี่ชายและครอบครัวเมิงด้วยละกันนะ…

  5. Ath says:

    นับว่าโชคดีที่งานไม่ล่มเพราะคุณรองผู้ว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ของคุณเพื่อนสุดเลิ๊ฟด้วย
    พูดถึงการถูกเลือกให้ต้องมาเป็นคนกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวนับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก ยิ่งเป็นกรณีฉุกเฉินแบบงานของพี่ชายเพื่อนตี้ยิ่งแล้วใหญ่ สคริปท์ก็ไม่มีเวลาเตรียม อาจเกิดอาการตื่นเต้นจนเสียกิริยาได้ ดังตัวอย่างเบื้องล่าง:
     
    "อ่า… สวัสดี… ท่านเกียรติผู้มีแขก…" !?"วันนี้ผมมีความยินดีที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นปะรำพิธี…" !!??"ในงานอุปสมรสนี้…" !!!???"สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนศาสดาราม…" !!!???
     
    ….. เหมือนๆจะเป็นงานบวชนาคมากกว่างานแต่งงานนะฮะเอวังด้วยประการฉะนี้ปล. ไม่ได้เขียนว่า "ฬาฟปาร์ก" เหรอวะ?… ว้า… ไม่ตลกแฮะ

  6. Ath says:

    นับว่าโชคดีที่งานไม่ล่มเพราะคุณรองผู้ว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ของคุณเพื่อนสุดเลิ๊ฟด้วย
    พูดถึงการถูกเลือกให้ต้องมาเป็นคนกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวนับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก ยิ่งเป็นกรณีฉุกเฉินแบบงานของพี่ชายเพื่อนตี้ยิ่งแล้วใหญ่ สคริปท์ก็ไม่มีเวลาเตรียม อาจเกิดอาการตื่นเต้นจนเสียกิริยาได้ ดังตัวอย่างเบื้องล่าง:
     
    "อ่า… สวัสดี… ท่านเกียรติผู้มีแขก…" !?"วันนี้ผมมีความยินดีที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นปะรำพิธี…" !!??"ในงานอุปสมรสนี้…" !!!???"สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนศาสดาราม…" !!!???
     
    ….. เหมือนๆจะเป็นงานบวชนาคมากกว่างานแต่งงานนะฮะเอวังด้วยประการฉะนี้ปล. ไม่ได้เขียนว่า "ฬาฟปาร์ก" เหรอวะ?… ว้า… ไม่ตลกแฮะ

  7. Ath says:

    นับว่าโชคดีที่งานไม่ล่มเพราะคุณรองผู้ว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ของคุณเพื่อนสุดเลิ๊ฟด้วย
    พูดถึงการถูกเลือกให้ต้องมาเป็นคนกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวนับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก ยิ่งเป็นกรณีฉุกเฉินแบบงานของพี่ชายเพื่อนตี้ยิ่งแล้วใหญ่ สคริปท์ก็ไม่มีเวลาเตรียม อาจเกิดอาการตื่นเต้นจนเสียกิริยาได้ ดังตัวอย่างเบื้องล่าง:
     
    "อ่า… สวัสดี… ท่านเกียรติผู้มีแขก…" !?"วันนี้ผมมีความยินดีที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นปะรำพิธี…" !!??"ในงานอุปสมรสนี้…" !!!???"สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนศาสดาราม…" !!!???
     
    ….. เหมือนๆจะเป็นงานบวชนาคมากกว่างานแต่งงานนะฮะเอวังด้วยประการฉะนี้ปล. ไม่ได้เขียนว่า "ฬาฟปาร์ก" เหรอวะ?… ว้า… ไม่ตลกแฮะ

  8. Ath says:

    นับว่าโชคดีที่งานไม่ล่มเพราะคุณรองผู้ว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ของคุณเพื่อนสุดเลิ๊ฟด้วย
    พูดถึงการถูกเลือกให้ต้องมาเป็นคนกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวนับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนัก ยิ่งเป็นกรณีฉุกเฉินแบบงานของพี่ชายเพื่อนตี้ยิ่งแล้วใหญ่ สคริปท์ก็ไม่มีเวลาเตรียม อาจเกิดอาการตื่นเต้นจนเสียกิริยาได้ ดังตัวอย่างเบื้องล่าง:
     
    "อ่า… สวัสดี… ท่านเกียรติผู้มีแขก…" !?"วันนี้ผมมีความยินดีที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นปะรำพิธี…" !!??"ในงานอุปสมรสนี้…" !!!???"สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนศาสดาราม…" !!!???
     
    ….. เหมือนๆจะเป็นงานบวชนาคมากกว่างานแต่งงานนะฮะเอวังด้วยประการฉะนี้ปล. ไม่ได้เขียนว่า "ฬาฟปาร์ก" เหรอวะ?… ว้า… ไม่ตลกแฮะ

  9. Ath says:

    อุ๊ยตายห่า กดทีเดียวแม่งโพสต์ตั้งสี่รอบ… อกอีแป้นจะแตกกูโดนด่าแน่… ข้อหาปั่นกระทู้ ฮือๆๆๆๆๆๆ

  10. accytee says:

    นอกจากชอปั่นกระทู้แล้วยังเสือกฝืดด้วยขอรับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s